Jan 25

SERP ย่อมาจาก Search Engine Results Page หมายถึง หน้าเว็บที่แสดงผลการค้นหาข้อมูลโดยเสริชเอ็นจิ้น (Search Engine) และผลการค้นหานั้นก็สอดคล้องและเกี่ยวข้องกับคำหลัก (Keyword) ที่เราต้องการค้นหานั่นเอง ซึ่งโดยปกติผลการค้นหาข้อมูลที่ปรากฏใน SERP จะประกอบไปด้วย ชื่อของเว็บไซท์ (Title) , ลิ๊งค์ไปยังเว็บไซท์ (URL) และรายละเอียดสั้นๆ ของเว็บไซท์ (Short Description)

ทีนี้เพื่อให้เห็นภาพเราก็ลองมาดูภาพแสดงตัวอย่าง SERP กันครับ

Search Engine Result Pageรูปแสดงส่วนต่างๆ ใน SERP

จากรูปเราลองมาดูกันว่าส่วนต่างๆ คืออะไรบ้าง

1. คำหลัก หรือ คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เราต้องการค้นหา
2. ชื่อเว็บไซท์ หรือ ไตเติ้ล (Title) ของเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา
3. รายละเอียดสั้นๆ (Short Description) ของเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา
4. ชื่อลิ๊งค์ (URL) ที่ลิ๊งค์ไปยังเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา
5. ผลรวม (Result) ของการค้นหาโดยจะบอกว่าคำหลักนี้ถูกค้นเจอกี่รายการและขณะนี้กำลังแสดงผลอยู่ในหน้าที่เท่าไหร่

และถ้าสังเกตดูจะมีตัวอักษรบางตัวที่เป็นสีแดงๆ นั่นก็คือคำหลักหรือส่วนหนึ่งของคำหลักที่เราต้องการค้นครับ

จากผลการค้นหานี้เรารู้อะไรบ้างและมีผลต่อการทำ SEO อย่างไร
สำหรับผมแล้ว SERP ถือว่ามีผลต่อการทำ SEO เลยล่ะ เพราะเราสามารถประเมินคู่แข่งของเราได้ในเบื้องต้น อย่างน้อยเห็น URL ก็คาดเดาได้แล้วว่าคู่แข่งเราหินขนาดไหน อยู่ตำแหน่งไหน ทำ SEO กับคีย์เวิร์ดนี้ยังไง เป็นต้นครับ ถ้าคิดจะแข่งกับเค้าเราก็ต้องเอาข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาช่วยกันประเมินครับ ว่าเราจะสู้หรือถอย กรณีถ้าเราจะทำแข่งนะครับ แต่ถ้าไม่คิดจะแข่งกับใครก็ทำตามใจเลยครับไม่แน่ทำไปทำมาอาจแซงมาอยู่ที่ 1 ก็ได้

สรุป
จริงๆ ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันนะครับว่า SERP ที่จริงต้องเขียนว่า SERPs หรือเปล่าและถ้าเป็นแบบนั้น SERPs ก็ต้องย่อมาจาก Search Engine Results Pages และตรง s ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่มี แต่จากที่ค้นๆ ดูก็เขียนได้ 2 แบบนั้นล่ะครับความหมายคงไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ส่วนใครที่สงสัยว่าคีย์เวิร์ดที่ผมเอามาเป็นตัวอย่างนั้นมันคืออะไรก็ลองคลิ กสักเว็บที่อยู่ใน SERP นั่นล่ะครับ

Jan 21

การจัดการให้หน้าเว็บเพจแต่ละหน้าในเว็บไซต์ของเรา เป็นไปตามหลักของ  SEO จะทำให้เว็บไซต์ของเรา

มีการจัดอันดับที่ดีขึ้นได้ การจัดการเว็บเพจต้องทำอย่างไรบ้าง ดูได้ในบทความนี้
การ ทำ  SEO ให้กับเว็บเพจแต่ละหน้าของเว็บไซต์ จะทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นมิตร (friendly) กับ Robot ต่าง ๆ ของ Search Engine ได้นะค่ะ เมื่อเป็นมิตรกันก็คุยกันรู้เรื่อง เวลาใครถาม (ค้นหา ) เว็บไซต์ของเราจาก Search Engine จะทำให้สามารถบอกข้อมูลของเว็บไซต์เราได้ (ทำยังกะบอทเป็นคนเลยอ่ะ)

วิธีการทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นมิตรกับบอท ก็ทำได้ง่าย โดยการจัดการเว็บเพจแต่ละหน้า ตามรายละเอียดดังนี้

1. ชื่อไฟล์และชื่อโฟลเดอร์ การตั้งชื่อไฟล์และชื่อโฟลเดอร์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บเพจหน้านั้น ควรตั้งชื่อให้สื่อความหมาย หรือมีคีย์เวิร์ดปนด้วย (เพราะบอทอ่านออกนะ) ไม่ว่าจะเป็นชื่อของเพจ ไม่ว่าจะเป็น .html .php ฯลฯ รวมทั้งชื่อโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์รูปและไฟล์เอกสารเว็บเพจ นอกจากนี้ชื่อรูปต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบหน้าเว็บเพจนั้น ก็ควรเป็นข้อความที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเพจนั้น ๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น

หน้านี้เกี่ยวกับ SEO Guide เว็บมาสเตอร์เลยตั้งดังนี้
ชื่อไฟล์ SEO -guide_article.php
ชื่อโฟล์เดอร์ SEO -guide

2. เมนูของเว็บไซต์ การตั้งชื่อเมนูและตำแหน่งขอเมนูในหน้าของเพจ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการจัดการเว็บเพจให้ถูกหลัก  SEO เราจะต้องตั้งชื่อเมนูให้มีความหมาย และควรวางตำแหน่งของลิงค์เมนูที่เกี่ยวของกับเว็บไซต์ของเราไว้บริเวณส่วนบน สุดของเพจ (ยัดลิงค์เมนู) หรือไม่ควรเกินลิงค์ที่ 300 ในหน้าเพจนั้น ๆ เนื่องจากบอทจะทำการอ่านข้อมูลจากด้านบนของเพจ หากเจอลิงค์เมนู บอทก็จะตามลิงค์เข้าไปกวาดข้อมูลในหน้าถัดไปด้วย ซึ่งบอทยิ่งตามเข้าไปเก็บข้อมูลมากก็จะมีผลดีต่อเว็บไซต์ของเรา แต่บอทจะไม่กวาดตามเข้าไปในทุก ๆ ลิงค์เมนูของหน้าเพจ แต่จะตามลิงค์เข้าไปแค่ 300 ลิงค์แรกของหน้าเพจเท่านั้น

ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะนำลิงค์เมนูเว็บของเราไปวางที่ตำแหน่งล่าง ๆ เพราะจะหมดโอกาสที่จะถูกบอทเก็บข้อมูล ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรที่จะนำเมนูลิงค์เชื่อมโยงไปยังไซต์อื่น ๆ มาว่างไว้ที่ตำแหน่งด้านบน

สังเกตตัวอย่างได้จาก การลิงค์แบนเนอร์แลกลิงค์หรือแลก text link ซึ่งเป็นลิงค์ที่ออกนอกไซต์ (Outbound Link) จะถูกแสดงอยู่บริเวณด้านล่างของเว็บเพจ

3. ควบคุมจำนวนของ Outbound Link Outbound Link หรือ ลิงค์ที่เชื่อมโยงออกนอกเว็บไซต์ ควรที่จะมีไม่มากนัก ทั้งนี้เนื่องจาก Search Engine อย่าง Google.com จะพิจารณาจำนวนของลิงค์ที่ทำการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของเรา ซึ่งจะพิจารณาจากทั้ง Outbound Link และ Inbound Link ซึ่งหาก Outbound Link ของเว็บไซต์เรามีเยอะ จะทำให้ค่า PR (PageRank) ของเรามีค่าน้อย ซึ่งจะมีผลต่อการจัดลำดับรายการการค้นหา ทำให้อันดับของเว็บไซต์เราลดลง ในขณะเดียวกันหาก Outbound Link ของเราน้อยก็จะมีผลดีกับเว็บไซต์ของเรา

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้เว็บไซต์ของเรามี Outbound Link เลย เพราะ Outbound Link ที่คุ้มค่าก็มี ตัวอย่างเช่น การแลกลิงค์กับเว็บอื่น ๆ ถึงแม้เรามี Outbound Link แต่ในขณะเดียวกันก็มี Inbound Link ทำให้ไม่มีผลเสียกับเว็บเรา เนื่องจาก Outbound Link เป็นการเพิ่มช่องทางในการที่คนจะเข้าเว็บไซต์เราเพิ่มขึ้น

4. การใช้ CSS เป็นการแบ่งส่วนต่าง ๆ ของเว็บเก็บแบบแยก แล้วมีการเรียกเข้ามาใช้งานในเพจ ซึ่งจะช่วยให้บอทสามารถโหลดส่วนต่าง ๆ ของเว็บ เพราะบางส่วนเช่นสคริปต์ต่าง ๆ บอทจะอ่านไม่ออก และหากมีการใส่สคริปต์ไว้ในหน้าเพจเดียว บอทเจอเยอะ ๆ เดียวบอทมีอาการงอนออกจากเว็บไปดื้อ ๆ จะส่งผลเสียทำให้เก็บข้อมูลของเราไม่ครบ และอีกอย่างก็คือหากไม่มีการจัดการเว็บเพจโดยใช้ CSS ช่วยจะทำให้หน้าเพจบวมเกินไป

5. ทำขนาดของเว็บเพจให้น้อยที่สุด ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและเห็นผลกันอย่างชัด ๆ เนื่องจาก Google จะให้ความสำคัญกับขนาดของไฟล์ ซึ่งยิ่งมีขนาดน้อยได้ยิ่งดี เพราะหากเว็บที่มีข้อมูลต่าง ๆ เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ขนาดของไฟล์ จะทำให้เว็บไซต์ที่มีขนาดหน้าเว็บเพจน้อยกว่าทำอันดับดีกว่า ซึ่งขนาดหน้าเว็บเพจควรมีขนาดไม่เกิน 32 kb. โดยเฉพาะหน้าโฮมเพจ จึงควรจัดการให้มีขนาดให้น้อยที่สุดเข้าไว้ เพื่อที่จะได้ทำดันดับสูง ๆ ใน Search Engine อย่าง Google

Jan 12

ขั้นตอนของการ ขนย้าย สิ่งของต่างๆ นั้น หากขาดซึ่งการวางแผน โอกาสที่สิ่งของจะสูญหาย แตกหักหรือล่าช้าก็สามารถเกิดกับคุณได้ แต่ถ้าหากคุณมีการวางแผนที่ดี จัดระบบต่างๆ ให้ลงตัว รับรองได้ว่าคุณจะเป็นอีกคนหนึ่งที่จะเป็นนัก ขนย้าย มืออาชีพอย่างแน่นอน

ขั้นตอนเบื้องต้นง่ายๆ ที่คุณควรที่จะจดจำไว้เสมอ นั่นก็คือ

1. วางแผนการขนย้าย ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด เนื่องจากว่าถ้าคุณไม่มีการวางแผนก่อนการทำงานแล้วล่ะก็ โอกาสที่ความผิดพลาดจะเกิดขึ้นย่อมเป็นไปได้อยู่ตลอดเวลาของการดำเนินงาน

2. การบรรจุและห่อหุ้มสิ่งของ อุปกรณ์ในการทำการบรรจุและห่อหุ้มก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเสมอ หากคุณใช้ผิดวิธีหรือผิดประเภท โอกาสที่จะเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่งก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมากเช่น กัน

3. การขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการยกของ หรือรถที่จะใช้ในการนำสิ่งของของคุณไปส่งยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยก็ เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่นๆ ซึ่งจะขาดเสียไม่ได้ ดังนั้น กำลังคนและเครื่องจักรต้องพอเพียงและคุ้มค่าที่สุด

4. การจัดเรียงและแยกของ เมื่อสิ่งของที่คุณต้องการขนย้ายไปถึงยังที่หมายอย่างสวัสดิภาพแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การจัดวางสิ่งของต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางอย่างระมัดระวัง เพื่อที่คุณจะได้จัดวางลงได้ในครั้งเดียว ไม่ต้องมาวุ่นวายหามุมใหม่ทุกๆ วัน

Jan 7

หลากหลายวิธีกับการ โปรโมทเว็บไซต์

เนื่องจากในยุคปัจจุบัน E-Commerce มีบทบาทสำคัญในการเป็นช่องทางหนึ่งของธุรกิจ
เว็บ ไซต์ คือ เครื่องมือสำคัญของ E-Commerce เป็นช่องทางที่ใช้ในการโปรโมทสินค้าและขายสินค้า นอกจากนี้แล้วเว็บไซต์ยังทำหน้าที่แนะนำบุคคล สถานที่ หรือเป็นที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคล ดังนั้นวิธีจะทำให้ธุรกิจกว้างไกล มียอดจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถแนะนำบุคคลหรือสถานที่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และเราจะสามารถทำได้อย่างไร ในบทความนี้จะช่วยให้ท่านได้รู้จักช่องทางที่หลากหลายในการที่จะช่วยเผยแพร่ เว็บไซต์ของท่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

36 วิธีโปรโมตเว็บไซต์

1.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านลงบนหัวจดหมาย
2.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านลงบนซองจดหมาย
3.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านไว้บนหัวกระดาษส่งแฟกซ์
4.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านไว้บนนามบัตร
5.การบอกเพื่อนญาติพี่น้องให้บอกต่อ (นี่ก็เป็นส่วนสำคัญในการทำให้บุคคลทั่วไปรู้จักเว็บไซต์ของท่าน)
6.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านไว้ในโบชัวร์
7.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านไว้บนโปสการ์ด
8.การแจกของที่ระลึกที่มีชื่อเว็บไซต์ของท่านติดอยู่
9.การใส่ชื่อเว็บไซต์ของท่านไว้ในปฏิทิน
10.แจกสติกเกอร์สำหรับแปะท้ายรถแล้วพิมพ์ชื่อเว็บของท่านไว้
11.การทำป้ายโฆษณาไว้บนหลังรถแท๊กซี่
12.การโฆษณาตามป้ายรถเมล์
13.การโฆษณาลงบนเว็บไซต์ยอดนิยมที่คนชอบเข้ามาดู
14.การโฆษณาในบิลบอร์ดตามทางด่วน
15.การโฆษณาทางทีวี
16.การโฆษณาในนิตยสาร
17.การโฆษณาในวิทยุ
18.การใส่ชื่อเว็บของท่านบนพวงกุญแจ
19.การโฆษณาบนใบปลิว
20.การทำสมุดฉีกแจกและโฆษณาเว็บบนหน้าสมุดฉีก
21.การจัดแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ของคุณ
22.การเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม SMEs หรือ E-Commerce
23.การจัดแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ของคุณ
24.การแจกเข็มกลัดติดกระเป๋า โดยพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของท่านบนนั้น
25.การแจกสินค้าตัวอย่าง โดยพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของท่านบนนั้นด้วย
26.การเขียนบทความแนะนำเว็บไซต์ในนิตยสาร
27.การเขียนบทความแนะนำเว็บไซต์ในหนังสือพิมพ์
28.การโปรโมทเว็บไซต์ในงานนิทรรศการหรืองานออกบูธต่างๆ
29.การทำจุลสารแจกและแนะนำเว็บไซต์
30.การโปรโมทเว็บไซต์กับพันธมิตรทางธุรกิจ
31.การประกาศใน Search Engine ของไทยและต่างประเทศ
32.การแลกลิ้งค์กับเว็บไซต์อื่นๆ
33.การโฆษณาโดยการพิมพ์ไว้หลังเสื้อ
34.การโฆษณาบนแบนเนอร์แขวนตามร้านค้า
35.การแจกที่คั่นหนังสือ โดยมีชื่อเว็บไซต์ของท่านอยู่บนนั้น
36.การลงโฆษณาในสมุดหน้าเหลือง

นี่ก็เป็น 36 วิธีที่จะช่วยให้ท่านสามารถโปรโมทเว็บไซต์ของท่านให้เป็นที่รู้จัก อย่างกว้างขวางมากขึ้นนะครับ ถึงแม้ว่าบางวิธีการจะดูเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่วิธีการเหล่านี้ก็สามารถช่วยโปรโมทเว็บไซต์ของท่านได้มากที่เดียวละครับ แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์ต่อไปนะครับ สวัสดีครับ

credit: oxygen.readyplanet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=573721&Ntype=19