Oct 15

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

ย่านเซ็นทรัล (Central)
เขต เซ็นทรัลถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจของฮ่องกง เป็นที่ตั้งของบริษัทธุรกิจชั้นแนวหน้าของเอเชีย ธนาคารนานาชาติ สำนักงานใหญ่ของรัฐบาล และศาลสูงสุด เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าที่เป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าอันทันสมัย ตลอดจนโรงแรมชั้นหนึ่ง  ย่านเซ็นทรัลมีสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ยุคปัจจุบัน เช่น ตึก Exchange Square อาคาร Bank of China Tower และตึก Hong Kong Bank และยังมีถนนแบบขั้นบันไดอันเก่าแก่ อาคารสมัยอาณานิคมอันงามสง่า และสวนสาธารณะ

1. สวนสัตว์และสวนพฤกษชาติแห่งฮ่องกง (Hong Kong Zoological and Botanical Gardens) ถูกสร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 19 ด้วยพื้นที่กว่า 5.4 เฮคแทร์ (Hectare) เดิมเป็นที่พำนักของผู้สำเร็จราชการ ต่อมาในปี 1040 ได้มีการขยายให้เป็นสวนสัตว์ และยังเป็นสถานที่ที่ชาวฮ่องกงนิยมมาออกกำลังกาย รำมวยจีนกันเป็นประจำ  ประตูเปิดเวลา 06.00-22.00 น. ทุกวัน ไม่มีค่าผ่านประตู

2. สวนสาธารณะ ฮ่องกง (Hong Kong Park) มีพื้นที่กว่า 10 เฮคแทร์ ตั้งอยู่กลางย่านเซ็นทรัล มีเรือนต้นไม้ น้ำพุ สระน้ำ สวนนก ภัตตาคาร และยังมีศูนย์ศิลปะ Hong Kong Visual Arts Centre และอัฒจรรย์ใหญ่ พิพิธภัณฑ์ชุดถ้วยชาก็อยู่ในบริเวณเดียวกันนี้ ประตูทางเข้าอยู่ทางด้านถนน Supream Court ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน MTR “Admiralty” เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น.

3. Lan Kwai Fong เป็นตรอกแคบๆ รู้จักกันในนาม Matchmakers Alley เป็นย่านภัตตาคารและไนต์คลับ แบบทันสมัย

4. วิคตอเรียพีค (Victoria Peak) ภาพถ่ายของเกาะฮ่องกง ที่เต็มไปด้วยอาคารระฟ้าและแสงสียามค่ำคืนของตึกสูงนั้น ได้มาจาก Victoria Peak นั่นเอง เพราะจุดนี้อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 554 เมตร เป็นย่านที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดบนเกาะฮ่องกง  เดินทางโดยรถรางเพียง 8 นาทีก็ถึงยอดเขา จะมองเห็นทิวทัศน์ของฮ่องกงโดยรอบแบบ 360 องศา บนนี้เองจะมีอาคารรูปทรงแปลกเรียกกว่า Peak Galleria ซึ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ประกอบด้วยร้านอาหารและร้านค้า ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ Ripley’s Believe It or Not

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมทิวทัศน์จาก Victoria Peak แบบ Panorama จะต้องไปถึงประมาณบ่ายแก่ๆ จนกระทั่งมืด เพราะเป็นช่วงเวลาที่จะได้ชมทิวทัศน์โดยรอบของเมือง อ่าว หมู่เกาะทะเลจีนใต้ ฝั่งเกาลูน รวมถึงเนินเขา สวยงามมากเหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และพลบค่ำก็จะมีแสงไฟจากหลอดนีออนทั่วเมืองสว่างไสวสร้างความประทับใจไม่รู้ ลืม

รถรางสถานี Peak Tram ให้บริการเวลา 07.00 – 24.00 น. ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 14 ดอลลาร์ ไป-กลับ 21 ดอลลาร์

เขตตะวันตก (Western)

บริเวณนี้เป็นที่ยกพลขึ้นบกของชาวอังกฤษตั้งแต่สมัยอดีตในปี 1841 ปัจจุบันไม่มีร่องรอยหลงเหลืออยู่เลย ประชากรส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือชาวจีนมาแต่ดั้งเดิม ตามถนนเต็มไปด้วยร้านขายของและแผงลอยขายสินค้าตั้งแต่สมุนไพรและโสม จนถึงเฟอร์นิเจอร์แกะสลักด้วยมือ

1. ตลาดตะวันตก (Western Market) อาคารตลาดสร้างใหม่อย่างงดงามในสไตล์โบราณแบบ Edwarian ตั้งอยู่หัวมุมของถนน Connaught และถนน Morrison ในย่านตะวันตก เปิดมาตั้งแต่ปี 1858 และมีการปรับปรุงใหม่ แล้วเสร็จและเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 1991 เป็นตลาดสดแห่งแรกในฮ่องกง ปัจจุบันจำหน่ายของที่ระลึก ร้านขายผ้า ฯลฯ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น.

2. มหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง (University of Hong Kong) เปิดตั้งแต่ปี 1911 ผู้ก่อตั้งนั้นคือ ดร.ซุน ยัด เซ็น (Sun Yat Sen) ประธานาธิบดีคนแรกของจีนนั่นเอง ที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์ และ gallery แสดงศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง จัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณแบบจีน ที่นี่ยังเป็นที่เก็บสะสมเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์สมัยราชวงศ์หยวน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

3. ถนนฮอลลีวู้ดและถนนโลค คู (Hollywood Road/Lok Ku Road) ที่นี่คือศูนย์รวมวัตถุโบราณของฮ่องกง เช่น เครื่องลายครามจีน เฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยไม้พะยุง ภาพเขียน ของแปลกๆ ที่ Cat Street Galleries House อาคารสูง 4 ชั้น ซึ่งยังเป็นศูนย์รวมของร้านขายภาพเขียนและงานหัตถกรรม รวมถึงมีห้องแสดงศิลปะอีกด้วย

4. วัดมันโม (Man Mo Temple) ตั้งอยู่บนถนนฮอลลีวู้ด เป็นวัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดวัดหนึ่งของฮ่องกง สร้างเพื่อเป็นการสักการะเทพเจ้า Kwan Kung เทพเจ้าแห่งสงครามและเทพเจ้า Man Cheong เทพเจ้าแห่งวรรณกรรม
หว่านไจ๋ (Wan Chai)

ยามค่ำคืนบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีของไนต์คลับ ภัตตาคารจีน และบาร์ ส่วนกลางวันเป็นที่ตั้งของตลาดกลางแจ้ง และเส้นทางเดินเที่ยว “Wan Chai Green Trail” ที่จะเดินผ่านตัวเมืองขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขา มีอาคารเก่าแก่ เช่น วัด Tai Wong (Hung Shing) อีกด้านหนึ่งของหว่านไจ๋ เป็นที่ตั้งของศูนย์แสดงศิลปะ สถาบันการแสดง และศูนย์การแสดงนิทรรศการ หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการฮ่องกง (Hong Kong Convention and Exhibition Centre : HKCEC) หากมองจากฝั่งเกาลูน จะมองเห็นกระจกที่หันมาทางด้านอ่าว ผนังกระจกนี่เองได้ชื่อว่า เป็นผนังกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นที่ตั้งของอาคาร Central Plaza สูง 78 ชั้น หนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดในเอเชีย
คอสเวย์เบย์ (Causeway Bay)

อยู่ติดกับสวนสาธารณะวิคตอเรีย เป็นสถานที่หลบพายุไต้ฝุ่นของเรือประมงและเป็นที่ตั้งของ สนามกีฬา Hong Kong Stadium และสโมสรเรือยอชท์ Royal Hong Kong Yatch Club เป็นอ่าวที่มีการสัญจรหนาแน่นที่สุด สองข้างทางแน่นขนัดไปด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาดกลางแจ้ง ร้านขายอาหารสำเร็จรูป โรงภาพยนตร์ บาร์ และภัตตาคาร

1. ปืนเที่ยงวัน (Noon Day Gun) ตั้ง อยู่ในสวนเล็กๆ ตรงข้ามกับโรงแรม Excelsior ในอ่าวคอสเวย์ ที่นี่มีการยิงปืนเวลาเที่ยงของทุกวันมาเป็นเวลากว่า 40 ปี แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ไม่มีการยิงปืนตอนเที่ยงวันอีก

2. วิคตอเรีย พาร์ค (Victoria Park) สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลาง Causeway Bay เป็นที่นิยมสำหรับผู้รักการออกกำลังกาย มีสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และเลนสำหรับวิ่งออกกำลังกาย ยังเป็นแหล่งชุมนุมของประชาชนที่มาร่วมฉลองในช่วงเทศกาลต่างๆ วิคทอเรีย พาร์ค ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ โรงแรม Park Lane บนถนน Gloucester ลงรถไฟ MTR ที่สถานี Causeway Bay และมุ่งหน้าไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 2 ช่วงตึก

3. อุทยานโอวบุ้นโฮ้ว (Aw Boon Haw Gardens) สร้างในปี 1935 โดยเศรษฐีใจบุญชื่อ โอวบุ้นโฮ้ว ด้วยกำไรจากกิจการยาหม่องตราเสือ ภายในอุทยานมีรูปปั้นตัวละครในนิยายจีนโบราณ เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. เดินทางด้วยรถประจำทาง No.11 ย่านเซ็นทรัลหรือรถไฟใต้ดิน MTR ลงสถานี Causeway Bay และนั่งแท็กซี่เพียงไม่กี่นาที
เขตตะวันออก (Eastern)

บริเวณด้านตะวันออกของสวนสาธารณวิคตอเรียเป็นย่านอุตสาหกรรมหนัก แต่มีอาคารร้านค้าทันสมัย และแหล่งบันเทิงต่างๆ เช่น Cityplaza ที่ Taikoo Shing ส่วนบริเวณ Shau Kei Wan และ Chai Wan เป็นย่านที่อยู่ของชาวจีน มีตลาดและวัดอยู่มาก
เขตใต้ (Southern)

เดินทางจากชายฝั่งเหนือมาประมาณ 40 นาที โดยรถโดยสารประจำทาง หรือแท็กซี่

1. อาเบอร์ดีน (Aberdeen) เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบ ปัจจุบันกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านภัตตาคารลอยน้ำอันลือชื่อ มีอาหารทะเลรสเลิศ และมีประชากรที่อาศัยอยู่บนเรือ ในยามค่ำคืนแสงสีจากไฟนีออนส่องแสงเป็นประกายทำให้ถ่ายรูปสวย

2. โอเชียนปาร์ค/มิดเดิ้ลคิงดอม/วอเตอร์เวิลด์ (Ocean Park/Middle Kingdom/Water World) โอเชียนปาร์คเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ อยู่ระหว่างอาเบอร์ดีนและหาดรีพัลส์เบย์ ที่นี่มีกระเช้าลอยฟ้า และบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก มีแนวประการัง ตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก การแสดงสัตว์น้ำ บ้านผีเสื้อ หอคอยโอเชียนปาร์คสูงถึง 72 เมตร สวนไดโนเสาร์ รถไฟเหาะขนาดใหญ่ และเครื่องเล่นอีกมากมาย  ติดกับโอเชียนปาร์ค คือ พิพิธภัณฑ์มิดเดิ้ลคิงดอม ที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน พระราชวังโบราณ เจดีย์ วัดและถนนหนทาง ใกล้ๆ กันคือ วอเตอร์เวิลด์ ซึ่งเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่

3. ตลาดสแตนลีย์ (Stanley Market) อยู่ ทางชายฝั่งตอนใต้ของเกาะฮ่องกง มีตลาดกลางแจ้งของหมู่บ้านสแตนลีย์  จำหน่ายสินค้ามากมาย เช่น เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องหวาย ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ผ้าลินิน และเครื่องนอน ที่นี่ยังมีบาร์ ภัตตาคาร ร้านค้ามากมายที่น่าสนใจ และมีชายหาดอยู่ใกล้ๆ ด้วย

Oct 13

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

Passport

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปสิงคโปร์ Passport (หนังสือเดินทาง) จะต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (นับจากวันที่เดินทาง)

ขึ้นตอนการขอต่ออายุหนังสือเดินทาง

เอกสาร : บัตรประชาชน (พร้อมสำเนา 1 ชุด), หนังสือเดินทางเล่มเดิม, เงินค่าธรรมเนียมการต่ออายุหนังสือเดินทาง ประมาณ 1,000-1,500 บาท

ยื่นคำร้องด้วยตนเอง ที่กองหนังสือเดินทาง กรมกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (เวลา 08.30-15.30 น.) ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ (สามารถรับหนังสือเดินทางได้ด้วยตนเองหรือขอให้ส่งหนังสือเดินทางโดยทาง ไปรษณีย์ โดยเสียค่าบริการเพิ่มเติม หรือจะฝากให้ผู้อื่นมารับแทน (ต้องมีหนังสือมอบอำหนาจ

ขั้นตอนการขอหนังสือเดินทาง

เอกสาร : บัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (ผู้เยาว์ อายุต่ำกว่า 20ปี : สูติบัตร หรือบัตรประชาชน / ทะเบียนบ้ายของผู้เยาว์ และบิดามารดา / หลักฐานทางการทหาร (ชายที่อายุ 17 ปีขึ้นไป) / ทะเบียนสมรส บิดามารดา / บัตรประชาชนของบิดามารดาผู้เยาว์ต้องให้บิดามารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามให้ความยินยอม

เอกสารเพิ่มเติม (แล้วแต่กรณี) : ใบเปลี่ยนชื่อสกุล/ทะเบียนการรับรองบุตร/ทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม/ทะเบียน หย่า/ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดามารดา

ค่าธรรมเนียมประมาณ 1,000-1,500 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ สามารถรับหนังสือเดินทางได้ด้วยตนเองหรือขอให้ส่งหนังสือเดินทางโดยทาง ไปรษณีย์ โดยเสียค่าบริการเพิ่มเติม หรือจะฝากให้ผู้อื่นมารับแทน (ต้องมีหนังสือมอบอำหนาจ)

สำนักงานของกองหนังสือเดินทาง

1. กรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศ เลขที่ 123 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพ โทร 02 9817171-80 ต่อ 2001-3 (คลิกดูแผนที่)

2. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาปิ่นเกล้า ชั้น 8 โทร 02 884882930 (คลิกดูแผนที่)

3. ศูนย์การค้าเซ้นทรัล บางนา ชั้น 5 โทร 02 7440893-4 (คลิกดูแผนที่)

กรุณาสอบถามรายละเอียดกับทางสำนักงานกงศุล อีกครั้งเพื่อความแน่นอน

Visa การเข้าประเทศสิงคโปร์

สำหรับคนไทย การเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ หากไม่เกิน 14 วัน จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่นเรื่องขอทำ Visa หากต้องการอยู่เกิน 14 วัน สามารถขอ Visa ได้ที่…

สถานเอคอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย ตึกรัจนาการ ชั่น 9 เลขที่ 183 ถนนสาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120 โทร. 02 2862111, 02 2861434 หรือ e-mail singemb@pacific.net.th (เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 12.00 น. และ 13.00-16.30 น.)

สถานทูตไทยในสิงคโปร์ ถนนออร์ชาร์ด สิงคโปร์ 238870 โทร (65) 6737-2644, 67372175-6

ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ ที่จำเป็นต้องใช้ Wheelchair เดินทาง

(Whellchair ส่วนตัวจะต้องโหลดลงเครื่อง ส่วนการใช้ภายในสนามบินจะมี Wheelchair ให้ยืม) กรุณาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการรับบริการ พิเศษ จากทางสนามบิน ที่ TAX 02 5353571 (มีค่าใช้จ่าย ที่สนามบินไทย 200 บาท ที่สนามบินสิงคโปร์ 40 SGD

การเดินทางสู่ประเทศสิงคโปร์

โดยส่วนใหญ่จะใช้การเดินทาง โดยเครื่องบิน (มีหลายสายการบินให้เลือกเดินทาง เช่น Jetstar  Airways/ สายการบินไทย / สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์) สนามบินของประเทศสิงคโปร์ มีชื่อว่า สนามบิน ชางกี หรือ Changi international Airport ปกติจะใช้เวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึง สนามบิน ชางกี สิงคโปร์ ประมาณ 2 ชั่วโมง

ภูมิอากาศของประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์มีภูมิอากาศ แบบร้อนชื้นเส้นศูนย์สูตร ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของ ประเทศไทย กล่าวคือ อากาศจะร้อนและเปียกชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นระหว่างอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงคโปร์มี 2 ฤดู ได้แก่…

ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม
ฤดูฝน จะอยู่ในช่วง เดือนพฤศจิการยน – เดือนมกราคม

เวลา

สิงคโปร์เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง (ดังนั้น อย่าลืมปรับเวลาที่นาฬิกาของท่านเมื่อเดินทางถึงประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์


อัตราแลกเปลี่ยน

สิงคโปร์ใช้สกุลเงิน เหรียญ (ดอลล่าร์) สิงคโปร์ (SGD) อัตราแลกเปลี่ยนจะประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (กรุณาตรวจเช็คอัตราแลกเปลี่ยนของ สิงคโปร์ ปัจจุบันจาก ลิงค์อัตราแลกเปลี่ยน ด้านล่าง)

ภาษา

สิงคโปร์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนี้จะมีภาษาจีนกลาง และภาษามาเลย์

ระบบไฟฟ้า

สิงคโปร์ ใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ เหมือนกับประเทศไทย แต่รูปแบบของ “ปลั๊กไฟ” จะไม่เหมือนของไทย คือจะเป็นแบบเต้าเสียบ 3 ขา (ของไทยจะใช้สองขา) ดังนั้น จึงต้องใช้ตัวแปลง (จาก 2 ขา เป็น 3 ขา) โดยปกติโรงแรมส่วนใหญ่จะมีปลั๊กสำหรับแปลงไว้ให้บริการ (ค่ามัดจำประมาณ 1 เหรียญสิงคโปร์ ได้เงินคืนเมื่อคืนของ)

โทรศัพท์

หากโทรศัพท์จากเมืองไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดรหัสผู้ให้บริการ 001 หรือ 008 หรือ 009 ตามด้วยรหัสประเทศ 65 แล้วตามด้วยหมายเลขที่ต้องการโทร 8 หลัก แต่หากโทรภายในประเทศสิงคโปร์ ก็สามารถใช้เบอร์โทรได้เลย โดยอัตราค่าโทรจะเป็น 0.10 (SGD) ต่อ 3 นาที

การเดินทาง

สิงคโปร์ สามารถเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะได้หลายรูปแบบ ได้แก่…

รถประจำทาง

ให้บริการ 06.00-24.00 น. อัตราค่าโดยสารสำหรับรถประจำทางธรรมดา เริ่มต้นที่ 0.70-1.40 C ส่วนรถประจำทางปรับอากาศ 0.80-1.70 เหรียญสิงคโปร์ (ข้อควรระวังการจ่ายค่ารถประจำทางจะไม่มีการทอนเงินดังนั้น ควรเตรียมให้ให้พอดีกับค่าโดยสารที่ต้องจ่าย)

รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

ให้บริการ 05.30-24.00 น. อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 0.80-1.80 เหรียญ (สิงคโปร์) สำหรับนักท่องเที่ยวไม่ควรซื้อตั๋วรถไฟแบบ EZLink ควรซื้อเป็นตั๋วเที่ยวเดียว เพราะว่าขาออกสามารถแลกคืนได้ ตอนซื้อตั๋วจะต้องไปซื้อที่ตู้บริการขายตั๋วอัตโนมัติในสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นเครื่องกดแบบช่วยตัวเอง ควรเลือกกดตั๋วแบบ Standard Ticket จากนั้นกดเลือกสถานที่(สถานี)ปลายทางที่เราจะไป เครื่องจะแสดงจำนวนเงินว่าเราต้องใส่ไปกี่เหรียญ จากนั้นเราก็หยอดเหรียญไปตามนั้น ถ้าเกินเครื่องก็จะทอนเงินมาให้โดยอัตโนมัติ (เวลาซื้อตั๋วเที่ยวเดียวเครื่องจะบวกค่าประกันบัตร 1 เหรียญ (สิงคโปร์) ดังนั้น เมื่อเราเดินทางถึง(สถานี)จุดหมาย ก็นำไปคืนที่ตู้ แล้วกด refund โดยสอดบัตรเข้าไป แล้วรับเงินคืน อย่าลืมว่าต้องเป็นภายในวันเดียวกันเท่านั้น)

รถแ็ท็กซี่มิเตอร์

ราคาจะขึ้นตามมิเตอร์ เริ่มต้นที่ประมาณ 2.40 เหรียญ (สิงคโปร์) และเพิ่ม 10 เซ็นต์ ต่อ 250 เมตร

** ต้องจ่ายเพิ่มอีก 50 % หากเป็นการใช้บริการระหว่าง เที่ยงคืน – 6.00 น.

** การใช้บริการจากสนามบินชางกี เพิ่มค่าบริการอีก 3 เหรียญ (สิงคโปร์) ยกเว้นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 17.00-24.00 น. เพิ่มค่าบริการ 5 เหรียญ (สิงคโปร์)

** การเรียกบริการทางโทรศัพท์ เพิ่มค่าบริการอีก 3.20 เหรียญ (สิงคโปร์) และหากเป็นการโทรจองล่วงหน้าเกิน ครึ่งชั่วโมง ต้องเพิ่มค่าบริการ 5.20 เหรียญสิงคโปร์

** มีการใช้ระบบ ERP (คิดค่าใช้ถนนโดยเครื่องอีเลคโทรนิกส์) จะต้องเสียเพิ่มอีก 30 เซ็นต์ – 2 เหรียญ (สิงคโปร์) ในกรณีที่รถวิ่งผ่านถนนที่มีการคิดเงิน

EZLink

นักท่องเที่ยวที่จะอยู่ในสิงคโปร์นานๆ และจะต้องขึ้นทั้งรถ MRT รถประจำทาง รถแท็กซี่ สามารถซื้อตั๋ว EZLink ซึ่งเป็นตั๋วแบบหักมูลค่าที่ใช้ไปในแต่ละครั้ง EZLink สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้ง MRT รถประจำทาง Taxi สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง

บัตร EZLink ราคา 15 เหรียญ (สิงคโปร์) (มูลค่าที่ใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ ค่ามัดจำบัตร 3 เหรียญสิงคโปร์ (ได้คืนเมื่อเลิกใช้) และเงินค่าบัตร 5 เหรียญ (สิงคโปร์) (ไม่ได้คืน)

การเติมเงินเพิ่มในบัตร EZLink ทำได้ที่ตู้อัตโนมัติ และเพิ่มได้ครั้งละ 10 เหรียญ (สิงคโปร์)

วิธีการใช้บัตร EZLink ก็ง่ายมาก แค่เอาบัตร EZLink ทาบไปบนเครื่องตัดบัตร ที่มีรูปบัตร EZLink เมื่อเครื่องตัดเงินเรียบร้อยจะมีสัญญาณแจ้งให้เราทราบ

Oct 9
mini stonehenge


มินิ-สโตนเฮนจ์

นักโบราณคดีค้นพบสโตนเฮนจ์ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง   อยู่ห่างจากวงกลมหินตั้งอันโด่งดังแห่งวิลต์ไชร์ออกไปประมาณ  2  กิโลเมตร

หินตั้งที่เรียงรายล้อมเป็นทรงกลมนี้ถูกเรียกว่า   “บลูเฮนจ์” เพราะหินทั้ง  27  ก้อนจากแคว้นเวลส์  มีสีสันในโทนสีน้ำเงิน

หินโดเลอไรต์ที่ว่านี้ได้สูญหายไปแล้ว   เหลือแต่หลุมที่เคยเป็นจุดตั้งของหิน  ซึ่งเป็นหินอัคนีที่มีการเปลี่ยนสีเพราะปฏิกิริยาทางเคมี

บลูเฮนจ์ตั้งอยู่ที่สุดถนนสายใหญ่  ซึ่งเป็นทางเชื่อมสโตนเฮนส์ไปยังแม่น้ำเอวอน

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ทางตอนเหนือของแคว้นอิงแลนด์   ได้ค้นพบร่องรอยของบลูเฮนจ์นี้เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

สันนิษฐานว่า  บลูเฮนจ์สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับสโตนเฮนจ์เมื่อปี  2500  ก่อนคริสต์ศักราช แต่ยังไม่รู้ว่าสร้างขึ้นด้วยกรรมวิธีอย่างไรบ้าง

บลูเฮนจ์อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ  130  กม.

หินที่นำมาสร้างเป็นบลูเฮนจ์นั้น  นำมาจากเทือกเขาเพรสเซลลีในมณฑลเพมโบรคไชร์  โดยชักลากมาไกลราว  320  กิโลเมตร

นักวิจัยจะตีพิมพ์เผยแพร่เกี่ยวกับการค้นพบนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

Oct 8

สิว เกิดขึ้นจากการอุดตันของต่อมไขมัน และสิ่งสกปรกที่ตกค้างบริเวณต่อมไขมัน ไม่สามารถระบายออกได้เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อแบททีเรียที่อยู่ในอากาศจึงสามารถเข้าไปสัมผัส ทำให้เกิดการอักเสบ กลายเป็นหนอง ที่เรียกว่า หัวสิวนั่นเอง

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบรักสวยรักงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยหนุ่มสาว แต่น่าเสียดายที่วัยรุ่นมักจะเกิด สิว บนใบหน้าทำให้ความสวยงามด้อยไปอย่างน่าเสียดาย
วัยรุ่นใช้เงินทองมากมายเพื่อลงทุนซื้อเครื่องสำอางค์ หรือหา วิธีรักษาสิว จากสถาบันต่างๆเมื่อไม่นานมานี้องค์การอาหารและยา ได้พบว่ายารักษาสิวหลายชนิดมีปรอทเป็นองค์ประกอบซึ่งถ้าใช้ไปนานๆอาจมีผลข้างเคียง
ต่อสุขภาพได้

เรามาดูสาเหตุของการเกิดสิวกันนะคะ จากรายงานทางการแพทย์พบว่า
สิวเกิดจากหลายสาเหตุ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว มีมากมาย ได้แก่
- กรรมพันธุ์
- เกิดจากอาการการแพ้ เช่นแพ้อากาศ, เเพ้เครื่องสำอางค์
- เกิดจากความความเครียด
- เกิดจากฮอร์โมน เช่น ก่อนมีประจำเดือนจะมีสิวขึ้น
- เกิดจากอาการท้องผูก เพระเวลาท้องผูกจะทำให้กากอาหารที่ตกค้างอยู่ในลำไส้มารวมตัวกับแบคทีเรีย กลายเป็นสารพิษ ทำให้เกิดสิว
และอื่นๆ
การป้องกันสิว
- รักษาความสะอาด ล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดความมันบนใบหน้า
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของไขมัน
- อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า หรือรบกวนใบหน้าเช่น แคะ แกะ เกา
- อย่าบีบหรือแกะสิว จะทำให้เกิดรอยแผลเป็น
- ควรรักษาสุขภาพทั่วไปให้ดี ไม่นอนดึกและหลีกเลี่ยงความเครียด

Oct 5

อลูมิเนียม เป็นโลหะที่อ่อนและเบาที่มีลักษณะไม่เป็นเงา เนื่องจากเกิดการออกซิเดชันชั้น บาง ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วเมื่อสัมผัสกับอากาศ โลหะอะลูมิเนียมไม่เป็นสารพิษ ไม่เป็นแม่เหล็ก และไม่เกิดประกายไฟ อะลูมิเนียมบริสุทธิ์มีแรงต้านการดึงประมาณ 49 ล้านปาสกาล (MPa) และ 400 MPa ถ้าทำเป็นโลหะผสม อะลูมิเนียมมีความหนาแน่นเป็น 1/3 ของเหล็กกล้าและทองแดง อ่อน สามารถดัดได้ง่าย สามารถกลึงและหล่อแบบได้ง่าย และมีความสามารถต่อต้านการกร่อนและ ความทนเนื่องจากชั้นออกไซด์ที่ป้องกัน พื้นหน้ากระจกเงาที่เป็นอะลูมิเนียมมีการสะท้อนแสงมากกว่าโลหะอื่น ๆ ในช่วงความยาวคลื่น 200-400 nm (UV) และ 3000-10000 nm (IR ไกล) ส่วนในช่วงที่มองเห็นได้ คือ 400-700 nm โลหะเงินสะท้อนแสงได้ดีกว่าเล็กน้อย และในช่วง 700-3000 (IR ใกล้) โลหะเงิน ทองคำ และทองแดง สะท้อนแสงได้ดีกว่า อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่ดัดได้ง่ายเป็นอันดับ 2 (รองจากทองคำ) และอ่อนเป็นอันดับที่ 6 อะลูมิเนียมสามารถนำความร้อนได้ดี จึงเหมาะสมที่จะทำหม้อหุงต้มอาหาร